นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า แอพพลิเคชั่นระบบที่ปรึกษาชาวนาไทย หรือ GLAS RICE ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยศูนย์วิจัยข้าวคลองหลวง กองวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร (สวก.) เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้านข้าว การวางแผนการผลิต การคัดเลือกพันธุ์ข้าว ที่จะช่วยในการลดความเสี่ยงจากศัตรูพืชสำคัญ เช่น โรคไหม้ และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เป็นต้น นอกจากนั้นยังช่วยในเรื่องการพยากรณ์อากาศ การระบาดของโรคและแมลงและการจัดการราคาขาย ที่สำคัญตัวแอพพลิเคชั่นสามารถใช้งานได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก สะดวก รวดเร็ว แม่นยำ และเชื่อถือได้ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถตัดสินใจผลิตข้าวอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อไปว่า แอพพลิเคชั่นระบบที่ปรึกษาชาวนาไทย ได้มีการทดสอบการใช้งานและความแม่นยำของระบบ โดยได้ดำเนินการศึกษาในเขตภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก จำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี พระนครศรีอยุธยา และฉะเชิงเทรา มีการทดลองนำนวัตกรรมเทคโนโลยีไปใช้กับกลุ่มเกษตรกร ผลการศึกษาพบว่า เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทดสอบระบบมีผลผลิตเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.56 ต้นทุนการผลิตเฉลี่ยลดลงร้อยละ 24 ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 และมีกำไรเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 46 ซึ่งการปฏิบัติตามคำแนะนำของแอพพลิเคชั่นระบบที่ปรึกษาชาวนาไทย สามารถช่วยยกระดับรายได้ของชาวนาในจังหวัดกรุงเทพมหานคร ทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้นร้อยละ 75 เนื่องจากมีต้นทุนการผลิตลดลงร้อยละ 49 และมีราคาขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 19 รองลงมาคือจังหวัดนนทบุรี ราชบุรี ฉะเชิงเทรา และนครปฐม

“จากงานวิจัยครั้งนี้ ยังพบว่าเกษตรกรสามารถวางแผนในการคัดเลือกพันธุ์ข้าวที่เหมาะสม การจัดการแปลงนาที่มีประสิทธิภาพและการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงที่เหมาะสม โดยได้ข้อมูลพฤติกรรมของชาวนาทั้งในเรื่องการผลิตและการตลาดที่จะถูกนำเข้าและพัฒนาให้ระบบมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น เพื่อให้นวัตกรรมเทคโนโลยีดังกล่าวเข้าสู่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อให้ระบบเกิดความแม่นยำ และช่วยให้ชาวนาตัดสินใจผลิตข้าวได้ตรงตามความต้องการของตลาด และมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อไปในอนาคต” อธิบดีกรมการข้าว กล่าว