วันที่ 15 ธ.ค. 64 เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชาบดี ชั้น 19 อาคารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กทม. นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) พร้อมด้วยคุณซาร่าห์ นิบส์ รักษาการผู้อำนวยการองค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ และเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ (UN WOMEN) สำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ร่วมเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการขับเคลื่อนการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ และการเปิดตัวคู่มือการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ พร้อมทั้งลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ ร่วมกับภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย 1) สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา 2) สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 3) สำนักงบประมาณ 4) กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น 5) สถาบันพระปกเกล้า 6) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ 7) องค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ และเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ (UN WOMEN) นอกจากนี้ มีการเสวนา “มุ่งสู่การขับเคลื่อนการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ” โดยนางจินตนา จันทร์บำรุง อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ร่วมเสวนากับคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รองประธานกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาสถานภาพสตรีแห่งชาติ (กยส.) คนที่สอง และประธานคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาสถานภาพสตรี (กสส.) ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต. และนางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ประธานเครือข่ายพลเมืองเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG Citizens: Let’s Drive SDG5 to Next Normal

นางพัชรี กล่าวว่า การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ทำให้บริการของรัฐสอดคล้องกับความต้องการและความจำเป็นของกลุ่มเป้าหมาย ส่งผลให้นโยบายและบริการสาธารณะของรัฐมีคุณภาพมากขึ้น รวมทั้งส่งผลกระทบเชิงบวกโดยรวมต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน สภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ นับเป็นการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ หรือ Gender Responsive Budgeting (GRB) ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญประการหนึ่งในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่ให้ความสำคัญเรื่องความเป็นธรรมแก่ประชาชนทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา 71 ที่ระบุถึงการจัดทำงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐที่ต้องคำนึงถึงความจำเป็นและความต้องการที่แตกต่างกันของเพศ วัย และสภาพของบุคคล ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ดำเนินการขับเคลื่อนในเรื่อง GRB มาตั้งแต่ปี 2553 โดยการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่ภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในขณะที่ หลายประเทศพยายามผลักดันให้มีการนำ GRB ไปใช้ในระบบงบประมาณ อาทิ สหราชอาณาจักรได้กำหนดให้มีการวิเคราะห์เพศภาวะในการจัดทำคำของบประมาณของรัฐทุกโครงการและกิจกรรม หรือฟิลิปปินส์จัดให้มีการจัดสรรงบประมาณอย่างมีมุมมองมิติเพศภาวะ โดยกำหนดให้วงเงินงบประมาณที่หน่วยงานได้รับจากรัฐบาลไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ต้องจัดให้เป็นงบประมาณด้านการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและเสริมพลังสตรี

นางพัชรี กล่าวต่อไปว่า สำหรับการเปิดตัวคู่มือการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ มีการจัดทำขึ้นจากการศึกษาแนวทางการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะจากองค์กรระหว่างประเทศ เช่น UN WOMEN องค์กรระดับภูมิภาค เช่น สหภาพยุโรป และองค์กรในประเทศไทย เช่น สถาบันพระปกเกล้า รวมทั้งเอกสารวิชาการและตัวอย่างจากประเทศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณ นับว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะเป็นแรงขับเคลื่อน GRB ของประเทศไทยทั้งในระดับมหภาคและจุลภาค ดังนี้ ประการแรก คือ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2564 เห็นชอบคู่มือ GRB และให้หน่วยงานต่างๆ นำคู่มือไปใช้เป็นแนวทางในการจัดทำงบประมาณเพื่อจัดสรรงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และเหมาะสมตามความจำเป็นและความต้องการที่แตกต่างกันของกลุ่มประชากรที่หลากหลาย ประการที่สอง คือ หน่วยงานได้แสดงเจตจำนงที่จะร่วมเป็นพลังขับเคลื่อน GRB ร่วมกับกระทรวง พม. ได้แก่ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงบประมาณ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ UN WOMEN

นางซาร่าห์ นิบส์ กล่าวว่า ตนขอขอบคุณรัฐบาลไทย และกระทรวง พม. ที่ได้มีการพัฒนาคู่มือการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ นับว่าเป็นการแสดงเจตจำนงต่อการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ เป็นก้าวสำคัญในการบรรจุแนวคิดด้านเพศภาวะลงในกรอบการวางแผนและจัดทำงบประมาณ ซึ่งเป็นการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาช่องว่างระหว่างเพศ โดยเฉพาะวิกฤติโควิด – 19 ที่ก่อให้เกิดความตกต่ำทางเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้ผู้หญิงได้รับผลกระทบอย่างมาก และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อความรุนแรงในครอบครัว ทั้งนี้ UN Women ยังคงเสริมสร้างความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับกระทรวง พม. และภาคีภาครัฐอื่นๆ ในการขับเคลื่อนการดำเนินการตามกรอบการจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะในทุกระดับ