วันที่ 11 ธันวาคม 2564 นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม จิตอาสาเฉพาะกิจ เนื่องใน “วันดินโลก ปี 2564 World Soil Day 5 ธันวาคม จังหวัดอุบลราชธานี” ณ วัดป่าศรีแสงธรรม ตำบลห้วยยาง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี โดยได้รับความเมตตาและสนับสนุนการดำเนินงานจากพระปัญญาวชิรโมลี เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนนายวินิจ เทพนิต นายอำเภอโขงเจียม ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินอุบลราชธานี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จิตอาสาพระราชทาน จิตอาสา 904 จิตอาสาเฉพาะกิจ และประชาชนจิตอาสา ได้เข้าร่วมกิจกรรมฯ ในครั้งนี้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทั้งนี้ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี นำโดย นางสาววิจิตร หลงชิน ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัดอุบลราชธานี นางกนกอร โพธิ์สิงห์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน นางไพรวัลย์ คำจริง พัฒนาการอำเภอโขงเจียม นักวิชาการพัฒนาชุมชน และเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี และสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโขงเจียม ได้เข้าร่วมกิจกรรมฯ และจัดแสดงนิทรรศการโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ในครั้งนี้ด้วย ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนการดำเนินงานพัฒนาชุมชน ตามหลัก “บวร” หรือ บ้าน วัด ราชการ

สืบเนื่องจากสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ ได้มีมติทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม” เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2555 แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เป็นพระองค์แรกของโลก เพื่อยกย่องและถวายราชสดุดีพระเกียรติคุณ ให้เป็นที่ประจักษ์ถึงพระวิสัยทัศน์และพระราชกรณีกิจเกี่ยวกับการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร และในโอกาสเดียวกันผู้บริหารสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ ได้ขอพระราชทานให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันดินโลก ต่อมาองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญที่ 68 มีมติเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2556 รับรองให้วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปีเป็น “วันดินโลก” (World Soil Day) โดยได้มีการบรรจุในปฏิทินปฏิบัติงานขององค์การสหประชาชาติอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา และในวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปีประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติ กว่า 200 ประเทศ จะจัดงานในการเฉลิมฉลองวันดินโลกพร้อมกันทุกประเทศ เพื่อเชิดชูเกียรติยศในฐานะที่ทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม ทั้งนี้ จังหวัดอุบลราชธานีจึงได้จัดงานวันดินโลกเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเผยแพร่สืบสานพระราชปณิธานในการพัฒนาทรัพยากรดินและน้ำ ให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ สามารถทำการเกษตรที่สร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร และเป็นการอนุรักษ์ระบบนิเวศตามธรรมชาติให้เกิดความยั่งยืนในหัวข้อหัวข้อ “Halt soil salinization, boost soil productivity : พิชิตดินเค็ม เติมเต็มผลผลิต สร้างชีวิตเกษตรกร”

ในวันนี้ จึงถือเป็นกิจกรรมวันดินโลก ของจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่ง นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้เป็นประธานในพิธีฯ โดยเปิดกรวยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และกล่าวน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และร่วมกล่าวคำปฏิญาณตนของจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ จากนั้นผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันเอามื้อสามัคคี ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ ในการผลิตปุ๋ยโบกาฉิ ซึ่งเป็นการนำเอาอินทรีย์วัตถุหลายชนิดมาผ่านกระบวนการหมักด้วยจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (Effective Microorganisms : EM) และเป็นการหมักแบบไม่เติมอากาศ เมื่อนำปุ๋ยโบกาฉิไปใช้ในด้านการเกษตรกรรม การปลูกพืช การประมง จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และช่วยลดต้นทุนการเกษตร สร้างความหลากหลายและปริมาณของจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนั้น ยังถือเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพอเพียง (SEDZ: Sufficiency Economy Development Zones) ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (Bio-Circular-Green Economy : BCG Model) ในแปลง “โคก หนอง นา โมเดล” วัดป่าศรีแสงธรรม ตำบลห้วยยาง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี อีกด้วย

ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระอัจฉริยภาพด้านการพัฒนาทรัพยากรดินของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 นิทรรศการเฉลิมพระเกียรตินักวิทยาศาสตร์เพื่อมนุษยธรรม และนิทรรศการประวัติความเป็นมาของวันดินโลก ซึ่งจัดโดยหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลรชธานี และหน่วยงานอื่นๆ ภายในจังหวัดฯ ซึ่งผู้เข้าร่วมงานจะได้รับความรู้ ในการตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ดินและน้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งเป็นการช่วยเผยแพร่ ขยายผลในการนำศาสตร์พระราชาไปปรับใช้กับพื้นที่การเกษตรในพื้นที่ของตนเองได้อย่างเหมาะสม

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ประธานในพิธีฯ ได้กล่าวว่า “ขอขอบคุณทุกหน่วยงาน และทุกภาคส่วนที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนในการจัดกิจกรรมฯ ในครั้งนี้ให้สำเร็จลุล่วงเป็นอย่างดี เนื่องจากวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และเป็นวันดินโลก ด้วยซาบซึ้งในพระปรีชาสามารถและพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงศึกษา ค้นคว้า วิธีการจัดการดินและแก้ไขปัญหาทรัพยากรดิน จนเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลกว่า ผลสำเร็จของการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริก่อให้เกิดประโยชน์สุขต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม และเป็นวิธีที่นำไปสู่ความปลอดภัยและความมั่นคงทางอาหาร ตามเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ นอกจากนั้น ทรงพระราชทานแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ ในการใช้ประโยชน์ที่ดินและน้ำทำการเกษตรตามแนวทางเกษตรผสมผสานที่เหมาะสม ทรัพยากรดินมีความสำคัญต่อมนุษย์ และสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก เพราะเป็นแหล่งที่มาของปัจจัย 4 เพื่อการดำรงชีพ ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค ทั้งทางตรงและทางอ้อม ในด้านเกษตรกรรม ดินมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของพืช เป็นแหล่งของธาตุอาหารต่างๆ ที่พืชจำเป็นต้องใช้ และดินยังเป็นแหล่งกักเก็บน้ำและอากาศสำหรับพืชอีกด้วย การดูแลรักษาโลกให้คงอยู่กับเราตลอดไป ควรเริ่มต้นจากสิ่งใกล้ตัว นั่นคือ “ดิน” หากเราใส่ใจดูแลดินให้ดีแล้ว เราและสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ก็จะสามารถดำรงอยู่ในโลกนี้ได้อย่างยั่งยืนสืบไป”