วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย มอบหมายนางวิไลวรรณ ไกรโสดา รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงขับเคลื่อนรณรงค์การใส่ผ้าไทย กับ นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส โดยมอบหมาย นางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และนาวาตรีหญิงโนสมา หลีเส็น ประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนราธิวาส ร่วมลงนาม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรสตรี กลุ่มองค์กรต่าง ๆ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม รวมลงนามทั้งสิ้นจำนวน 27 หน่วยงาน ณ ห้องโสภาพิสัย โรงแรมตันหยง อำเภอเมืองฯ จังหวัดนราธิวาส

จ.นราธิวาสพร้อมภาคีเครือข่ายการพัฒนาชุมชนผนึกกำลัง ร่วมกับ กรมการพัฒนาชุมชน และสภาสตรีแห่งชาติฯ สืบสาน รณรงค์ใส่ผ้าถิ่นไทย สร้างเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง

นางวิไลวรรณ ไกรโสดา รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้จัดทำโครงการ “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” วัตถุประสงค์เพื่อสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และเผยแพร่ผ้าไทย อันเป็นศิลปะอันล้ำค่าของชาติให้ดำรงคงอยู่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย และให้ชาวโลกได้ชื่นชม อีกทั้ง เพื่อเชิดชูอัตลักษณ์คุณค่าผ้าท้องถิ่นให้เกิดกระแสความนิยมการแต่งกายผ้าไทยแก่ประชาชนทั่วประเทศ และยังสนับสนุน ส่งเสริม การสร้างงาน สร้างอาชีพ และเสริมสร้างรายได้ให้กับกลุ่มสตรีในท้องถิ่น การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในวันนี้ จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กรมการพัฒนาชุมชน และจังหวัดนราธิวาส รวมถึงการส่งเสริมเผยแพร่ผ้าไทย อีกทั้งเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการ OTOP ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสต่อไป

จ.นราธิวาสพร้อมภาคีเครือข่ายการพัฒนาชุมชนผนึกกำลัง ร่วมกับ กรมการพัฒนาชุมชน และสภาสตรีแห่งชาติฯ สืบสาน รณรงค์ใส่ผ้าถิ่นไทย สร้างเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง

นางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาสเป็นจังหวัดสำคัญจังหวัดหนึ่งในภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย มีความโดดเด่นทางสภาพภูมิประเทศ ความหลากหลายทางประเพณีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คน มีชายแดนติดต่อกับประเทศมาเลเซีย มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่มีชื่อเสียง อาทิ อุทยานแห่งชาติอ่าวมะนาว หาดนราทัศน์ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง ทะเลหมอกสุคิริน น้ำตกปาโจ พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล วัดชลธาราสิงเห ศาลเจ้าแม่โต๊ะโม๊ะ มัสยิดวาดีลฮูเซ็น (มัสยิด 300 ปี) เป็นต้น ผู้คนก็เป็นคนสุภาพเรียบร้อย มีความเป็นมิตร มีความหลากหลายทางประเพณีวัฒนธรรม เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง นำมาซึ่งศิลปวัฒนธรรมด้านการแปรรูป หรือถักทอ ตามวิถีชีวิตของผู้คน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดศิลปาชีพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงได้มีการบูรณาการออกมาเป็นโครงการศิลปาชีพจังหวัดนราธิวาส ในการดำเนินงานโครงการ “สืบสานอนุรักษ์ศิลป์ผ้าไทยดำรงไว้ในแผ่นดิน” ครั้งนี้ นับได้ว่าเป็นการสนองแนวนโยบายของกรมการพัฒนาชุมชน ได้อย่างชัดเจน และได้รับความกรุณาจากท่านรองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ทำให้การจัดงานในครั้งนี้มีความสำคัญและโดดเด่นยิ่งขึ้น

จังหวัดนราธิวาส ได้แจ้งเรื่องการรณรงค์แต่งกายด้วยผ้าไทย และผ้าพื้นเมือง ตามโครงการ “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเชิดชูอัตลักษณ์คุณค่าผ้าท้องถิ่น เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ให้เกิดกระแสความนิยม การแต่งกายด้วยผ้าไทย ผ้าท้องถิ่น ทั่วทั้งจังหวัดนราธิวาส อีกทั้งยังเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชน ประกอบกับจังหวัดนราธิวาส ได้เชิญชวนให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับ แต่งกายด้วยชุดผ้าไทย ผ้าท้องถิ่น ในวันอังคารและวันศุกร์ และตามโอกาสที่เหมาะสม

จ.นราธิวาสพร้อมภาคีเครือข่ายการพัฒนาชุมชนผนึกกำลัง ร่วมกับ กรมการพัฒนาชุมชน และสภาสตรีแห่งชาติฯ สืบสาน รณรงค์ใส่ผ้าถิ่นไทย สร้างเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง

นาวาตรีหญิงโนสมา หลีเส็น ประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาส ได้ขับเคลื่อนโดยจัดการรณรงค์แต่งกายด้วยผ้าไทย และผ้าพื้นเมือง ตามโครงการ “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอย่างจริงจัง ทั้งการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เกิดกระแสความนิยมและแนวทางการปฏิบัติของข้าราชการในจังหวัดนราธิวาส ที่ต้องแต่งกายด้วยผ้าไทยทุกวันยกเว้นวันที่แต่งชุดข้าราชการ เพื่อร่วมกันเชิดชูอัตลักษณ์คุณค่าผ้าท้องถิ่น ทั้งยังเป็นการสร้างยังเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกด้วย

ขอขอบคุณสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และกรมการพัฒนาชุมชน ที่เล็งเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ผ้าไทย ที่มาจากภูมิปัญญาของชาวบ้าน และสร้างอัตลักษณ์ ความเป็นไทยด้วยการแต่งกาย ให้ทุกคนมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทยมากยิ่งขึ้น การรณรงค์ให้คนไทยทั้งประเทศ ร่วมมือร่วมใจกัน ใส่ผ้าไทย ไม่ว่าจะเป็น ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าพื้นเมือง เพื่อช่วยกันเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ำ และกระจายรายได้ให้แก่ชุมชน รักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย หากเราไม่ร่วมกันรณรงค์ในความเป็นไทย คนไทยจะมีที่ยืนในผืนแผ่นดินนี้ได้อย่างไรกัน

จ.นราธิวาสพร้อมภาคีเครือข่ายการพัฒนาชุมชนผนึกกำลัง ร่วมกับ กรมการพัฒนาชุมชน และสภาสตรีแห่งชาติฯ สืบสาน รณรงค์ใส่ผ้าถิ่นไทย สร้างเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง

สุดท้ายนายไกรวุฒิ ช่วยสถิตย์ พัฒนาการจังหวัดนราธิวาส ได้กล่าวว่า ในความร่วมมือกันด้วยโครงการ “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” จังหวัดนราธิวาส จะมีผ้าอัตลักษณ์ที่โดดเด่น คือ ผ้าทอ ผ้าบาติกและผ้าปาเต๊ะ ทางจังหวัดนราธิวาสมีการส่งเสริม สนับสนุนและรณรงค์ให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ประชาชนทั่วไป ได้สวมใส่ผ้าไทย ในทุก ๆ วัน เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพแก่กลุ่มสตรี กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ของจังหวัดนราธิวาส และภูมิภาคอื่น จากการสวมใส่ผ้าไทย ทำให้ครอบครัวอบอุ่น สร้างชุมชนเข้มแข็ง และพึ่งตนเองได้ อย่างยั่งยืน จึงขอเชิญชวนคนไทย และชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย มาร่วมสวมใส่ผ้าถิ่นไทย รักษาความเป็นไทย พัฒนา ต่อยอดผ้าถิ่นไทยให้ก้าวไกลไปทั่วโลก