วันที่ 15 ม.ค. 63 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 2 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานการแถลงข่าวเปิดตัว Mobile Application “PROTECT-U” เพื่อให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ แจ้งขอรับการช่วยเหลือคุ้มครองได้อย่างรวดเร็ว และทันท่วงที
นายปรเมธี กล่าวว่า กระทรวง พม. ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยตระหนักดีว่าการให้บุคคลกลุ่มเสี่ยงและผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ได้รับการช่วยเหลือและคุ้มครองตามกฎหมาย ภายใต้ช่องทางต่างๆ อย่างทั่วถึง และหลากหลาย ซึ่งเป็นอีกมาตรการหนึ่งที่ช่วยลดปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งปัจจุบันมีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น ในขณะที่ขบวนการค้ามนุษย์ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบและวิธีการในการแสวงหาประโยชน์จากการค้ามนุษย์อยู่ตลอดเวลา
ทั้งนี้ กระทรวง พม. จึงได้มีการพัฒนา Mobile Application “PROTECT-U” โดยทีมอาจารย์และนักพัฒนาระบบ สำนักนวัตกรรมด้านซอฟต์แวร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร เพื่อให้เป็นช่องทางการแจ้งเหตุและการช่วยเหลือคุ้มครองที่หลากหลายแก่ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ รวมถึงบุคคลที่พบเห็นเหตุการณ์ค้ามนุษย์ด้วย โดยมุ่งหวังว่า Mobile Application “PROTECT-U” จะเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่สำคัญสำหรับการแจ้งเหตุการณ์นอกเหนือจากช่องทางอื่นๆ ที่มีอยู่แล้ว ทั้งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ และเครือข่ายองค์กรอื่นๆ รวมถึงสายด่วน พม.โทร 1300 ศูนย์ช่วยเหลือสังคมของกระทรวง พม.
นายปรเมธี กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ มีการนำแบบแจ้งสิทธิ 7 ภาษา สำหรับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ทำให้สามารถรับทราบสิทธิด้วยภาษาของตนเองได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม รวมถึงการนำผลิตภัณฑ์จากการฝึกอาชีพ หรือกิจกรรมอาชีวบำบัดของผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในสถานคุ้มครองแห่งต่างๆ เข้ามาจำหน่าย เพื่อให้ผู้สนใจสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และช่องทาง การสนับสนุนด้วย อีกทั้ง การเป็นศูนย์กลางในการประสานการใช้งานล่ามแปลภาษา เพื่อการช่วยเหลือคุ้มครอง โดยสามารถแจ้งขอใช้งานล่ามล่วงหน้าได้ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
นายปรเมธี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการดำเนินการในระยะต่อไป Mobile Application “PROTECT-U” มีแผนในการพัฒนาให้สามารถรองรับระบบ 4 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย เมียนมา เขมร และลาว และมีการพัฒนาให้ระบบการใช้งานล่ามแปลภาษา สามารถสื่อสารระหว่างกันได้โดยตรงระหว่างผู้ขอใช้งานและล่ามที่ขึ้นทะเบียนในระบบ (ลักษณะเดียวกับการใช้งาน GRAB TAXI) เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว ในการช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น