วันที่ 27-29 พฤศจิกายน 62 สถาบันเดลต้าเรส (Deltares) จากเนเธอร์แลนด์ ร่วมกับ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.), มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดงาน “Deltares Software Days South-East Asia Bangkok 2019” ณ โรงแรมเซนทารา แกรนด์ เซนทรัลลาดพร้าว กรุงเทพฯ โดยมี นายคีส ราเดอ เอกอัครราชฑูต แห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ดร.สุทัศน์ วีสกุล ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กล่าวบรรยายในหัวข้อ “Bridging policy gaps through software and modeling” และ นายจิตเตอ นอยท่า ผู้อำนวยการสถาบันเดลต้าเรส ประจำภูมิภาคเอเชีย ให้เกียรติบรรยายภาพรวมของโมเดลและกิจกรรมล่าสุดที่เกี่ยวข้องของเดลต้าเรสในการพัฒนาโมเดล โดยงานครั้งนี้เป็นการจัดงานต่อเนื่องจากงานประจำปี Delft Software Days ที่จัดขึ้น ณ เมืองเดลฟท์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยก่อนหน้านี้มีการจัดงานในระดับภูมิภาค ในภูมิภาคเอเชีย เช่น เมืองหนานจิง ประเทศจีน เมืองยอร์ยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และเมืองดากา ประเทศบังคลาเทศ
การจัดงานในครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีในการเรียนรู้ แลกแปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้เชี่ยวชาญในภูมิภาคกับประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยหัวข้อสัมมนาในวันแรกคือ “การพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย” และการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การจัดนิทรรศการและการนำเสนอผลงานต่างๆ ภายใต้หัวข้อ Urban Resillence and disaster Risk Reduction จำนวน 2 วันมีผู้สนใจเข้าร่วมงานจำนวน 100 คน
ภายในงานมีกิจกรรมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญในระดับภูมิภาคเอเชียและผู้เชี่ยวชาญจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ประกอบด้วยกิจกรรมสัมนาในหัวข้อ “Innovative hydro software to support policy and real-time decision making” โดยมี การนำเสนอเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ Deltares software ซึ่งตลอดการจัดสัมมนานั้น องค์กรต่างๆได้นำเสนอการนำซอฟต์แวร์ของเดลต้าเรสไปใช้ทั้งในกรณีเวียดนาม บังคลาเทศ ไทยและอินโดนีเซีย
การจัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องทั้งสองวัน ได้นำเสนอการใช้ open source และซอฟต์แวร์สำหรับโมเดลการจัดการลุ่มน้ำ การพยากรณ์น้ำท่วมชายฝั่งและการปรับตัวต่อสภาพอากาศ โดยตัวอย่างการนำระบบซอฟต์แวร์ไปใช้ในประเทศไทยนั้น ได้นำเสนอการจัดการแม่น้ำยม การศึกษาน้ำท่วมที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และการพยากรณ์ระดับน้ำทะเลและคลื่นซัดฝั่งในอ่าวไทย นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการ ภายใต้แนวคิด “การปรับตัวต่อวิถีชีวิตในเมือง และการลดความเสี่ยงของภัยพิบัติ” อีกด้วย